จากการอัปเดตล่าสุดในงาน BETT 2026 (British Educational Training and Technology) เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา Google ได้ประกาศทิศทางสำคัญในการนำ AI เข้ามาขับเคลื่อนการศึกษา ภายใต้หลักการ “The Art of Teaching” (ศิลปะการสอนของครู) และ “The Science of Learning” (วิทยาศาสตร์การเรียนรู้ของนักเรียน) โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ดังนี้:
1. การผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อการเรียนรู้ที่แม่นยำ (Global Partnerships)
Google ไม่ได้พัฒนาเพียงลำพัง แต่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์:
- Khan Academy x Gemini: พัฒนา Writing Coach เครื่องมือช่วยสอนการเขียนสำหรับนักเรียน (Grade 5-12) ที่เน้นการให้ฟีดแบ็กด้านโครงสร้างและการเรียบเรียง แทนที่จะเป็นการเจนข้อความให้ทั้งหมด รวมถึง Reading Coach ที่จะช่วยนำทางการอ่านเพื่อสร้างความเข้าใจเนื้อหาเชิงลึก
- The Princeton Review: ยกระดับการเตรียมตัวสอบ SAT โดยนักเรียนสามารถทำข้อสอบจำลองผ่าน Gemini และรับแผนการเรียนเฉพาะบุคคล (Personalized Study Plan) ได้ฟรี
- University of Oxford: การนำ Deep Research ใน NotebookLM มาใช้ในระดับอุดมศึกษา เพื่อช่วยนักวิจัยสังเคราะห์ข้อมูลมหาศาลให้กลายเป็นข้อสรุปที่ใช้งานได้จริง
- Schoolhouse.world: ใช้ Gemini จำลองสถานการณ์การสอน (Session Simulator) เพื่อฝึกทักษะให้กับติวเตอร์อาสา
2. Google Classroom: ศูนย์กลางการบริหารจัดการห้องเรียนยุค AI
Classroom เวอร์ชันใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระงานบริหารจัดการ (Admin Task) ของครู:
- Gemini Integration: ครูสามารถให้ AI ช่วยร่างการบ้าน หรือสรุปความคืบหน้าของนักเรียนแต่ละคนโดยอ้างอิงจากข้อมูลบริบทในชั้นเรียน
- Revamped Homepage: หน้าแรกใหม่ที่ทำงานเป็นแดชบอร์ดอัจฉริยะ ผู้บริหารสามารถดูสถิติการใช้งาน ครูดูข้อมูลเชิงลึก (Insights) ของชั้นเรียน และนักเรียนมีระบบแจ้งเตือนงานที่ชัดเจนขึ้น
- Multimodal Communication: รองรับการบันทึกเสียง หน้าจอ และวิดีโอ ลงใน Classroom โดยตรง เพื่อให้การสั่งงานหรือการให้คำแนะนำมีประสิทธิภาพมากกว่าตัวอักษร
- Standard Tracking: ระบบติดแท็กมาตรฐานการเรียนรู้ (Learning Standards) ช่วยให้ครูติดตามได้ว่านักเรียนบรรลุวัตถุประสงค์ตามหลักสูตรแล้วหรือไม่
3. ระบบความปลอดภัยและธรรมาภิบาล AI (Security & Admin Controls)
ท่ามกลางการเติบโตของ AI Google ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลโรงเรียน:
- SynthID (AI Media Verification): ระบบตรวจสอบลายน้ำดิจิทัล (Invisible Digital Watermark) เพื่อยืนยันว่ารูปภาพหรือวิดีโอถูกสร้างโดย AI หรือไม่ ช่วยป้องกันข้อมูลเท็จในสถานศึกษา
- Ransomware Detection: ระบบป้องกันเชิงรุกใน Google Drive ที่จะหยุดการซิงค์ไฟล์ทันทีที่ตรวจพบความผิดปกติ พร้อมระบบกู้คืนไฟล์ (One-click Restore)
- Granular Meet Controls: เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุม Live Stream ในสถาบันการศึกษาให้ปลอดภัยจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
4. ChromeOS และฮาร์ดแวร์เพื่อห้องเรียนอัจฉริยะ
ฮาร์ดแวร์ใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการสอนที่ยืดหยุ่น:
- Chromebook Plus: มาพร้อมฟีเจอร์ AI ในตัว เช่น Quick Insert สำหรับสร้างรูปภาพประกอบสื่อการสอน และ Text Capture ที่ดึงข้อความจากหน้าจอได้ทันที
- Screen Annotations: ครูสามารถเขียนหน้าจอ (Digital Ink) ได้ทันทีขณะกำลังสอนหรือแชร์หน้าจอ เพื่อเน้นจุดสำคัญให้นักเรียนเห็นภาพชัดเจน
- Chromebox OPS: อุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนจอแสดงผลทั่วไปในห้องเรียนให้กลายเป็นระบบ ChromeOS ที่ทรงพลังและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้ง่ายดาย
บทสรุป การอัปเดต Google for Education ในปี 2026 นี้ สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ครู แต่เข้ามาเป็น “เครื่องทุ่นแรง” ที่ทรงพลังที่สุด เพื่อให้ครูมีเวลาไปสร้างสรรค์กิจกรรมการเรียนรู้ และดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคลได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
